322 16 - 30 มิถุนายน 2555      
   
 
 
               
 
   

ผ่าขุมทรัพย์สุดขอบรวย
‘นีโอ ไลฟ์’
บุกตลาด ‘กัมพูชา’ ฝ่ายึด ‘เวียดนาม’

   
               
   

นีโอ ไลฟ์ ปิดตายเส้นทางการทำตลาดขายตรงยุคโบราณได้สำเร็จ หลังดึงธุรกิจสื่อเข้ามาเป็นแขนขาครบเครื่อง ประเดิมความร้อนแรงด้วยการจับคูปองแจกรถเดือนละ 1 คัน รวม 18 เดือน 18 คัน ดัน สยามธุรกิจ หัวหอก...ผ่าขุมทรัพย์สุดขอบรวย ดร.นพรุจ เวชกุล วางแผนกินรวบตลาดขายตรงอาเซียน ด้วยการรุกคืบตีกินฐานที่ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม และสิงคโปร์  เจาะเบื้องหน้าเบื้องหลังเหตุใดในการออกรบของ นีโอ ไลฟ์ ถึงได้นำชัยกลับมาทุกครั้ง วัดดีกรีปี 2558 หลังตลาดเสรีการค้าหรือ เออีซี เปิดกว้าง ค่ายนี้เตรียมรับสถานการณ์อย่างไร
ท่ามกลางภาวะวิกฤติโลกอยู่ในอาการโคม่า แม้แต่เศรษฐ กิจสหรัฐอเมริกาที่ว่าแน่ๆ  ก็ยังตกอยู่ในสภาวะย่ำแย่ชนิดที่ใจหายใจคว่ำ ที่แน่ ๆ เวลานี้แต่ละประเทศ กำลัง “ขวัญผวา” กับภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว พายุทอร์นาโด และอุทกภัยหรือน้ำท่วม ปรากฏการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ยากที่มนุษย์จะสามารถควบคุมได้
กลุ่มเอสเอ็มอีของไทยต่างเผชิญชะตากรรมพากันปิดตัวไปไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นราย ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไร่- นาผู้คนล่มสลายไปกับภัยธรรมชาติเป็นล้าน ๆ ไร่ อัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพสูง ข้าวของแพง ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างหวาดผวา ไม่มั่นใจในความมั่นคงของตัวเอง
แต่ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ซึ่งเป็นธุรกิจเครือข่ายขายตรงสายพันธุ์ไทย กลับไม่สะทกสะท้านกับปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมานี้
“ดร.นพรุจ เวชกุล” ประธาน บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ อาจไม่ใช่นักธุรกิจหลายพันล้านอย่าง “ตัน ภาสกรนที” อดีตเจ้าพ่อชาเขียวโออิชิ ที่โดดเด่นเป็นข่าวเกือบทุกวันตามสื่อต่างๆ หรือ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” เจ้าพ่อเบียร์ช้าง ซึ่งมีธุรกิจเกือบแสนล้านบาท
“ดร.รัชนี มหานิยม” ประธานฝ่ายสมาชิกของ บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ ซึ่งเป็นพิธีกร “รัชกับดุ๊กออนทัวร์” ทางช่อง 5 แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังไม่เทียบเท่า “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” นางเอกเซ็กซี่ชื่อดัง ซึ่งมีค่าตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสูงสุด หรือ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” พิธีกรชื่อดังทางช่อง 3 ก็ตาม
แต่คนที่กล่าวมาเหล่านี้ แม้จะได้ขึ้นชื่อว่า “ร่ำรวย” และมีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ นั่นก็เป็นเพียงความสำเร็จเฉพาะ “ตัวบุคคล” เท่านั้น หาได้แบ่งปันความสำเร็จ และความดังไปถึงปากท้องของพี่น้องประชาชนให้อยู่ดีมีสุขไม่ฉะนั้น ความดังและความร่ำรวย ของ “ดร.นพรุจ เวชกุล” กับ “ดร.รัชนี มหานิยม” สามารถนำไปแบ่งปันความสำเร็จให้กับผู้คนได้เป็นแสนๆ คน ตรงนี้คือ “จุดไคลแม็กซ์” ที่น่านำไปขบคิดเป็นอย่างมาก
การบุกตลาดแบบเอาเป็นเอาตายเสมอต้นเสมอปลายถวายชีวิตของ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานั้น แทบจะเรียกได้ว่า “พับสนามเล่น” ต้องยอมรับความจริงว่า ปัจจุบันนี้ไม่มีค่ายใดในธุรกิจเครือข่ายขายตรงเทียบเรื่องการใช้สื่อได้ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” ใช้งบกับสื่อหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องมายาวนาน จนมากที่สุดในปัจจุบัน นอกจากนี้ “นีโอ ไลฟ์” ยังได้ทุ่มงบกับสื่อทีวีดาวเทียม และฟรีทีวีมากที่สุดอีกเช่นกัน
“บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” ยังเป็นบริษัทขายตรงรายแรกของเมืองไทย ที่เข้าไปเทคโอเว่อร์สื่อหนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจ
จนสำเร็จ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เป็นเจ้าของ “สื่อทีวีดาวเทียม” อยู่ก่อนแล้ว  เวลานี้ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” ก็ไม่ต่างอะไรกับพยัคฆ์ติดปีกดี ๆ นี่เอง เพราะพลิกผันจากศูนย์ธุรกิจขายตรงที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ 400-500 แห่ง พัฒนาให้เป็น “ศูนย์ข่าวภูมิภาค” ในพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างแยบยลอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
“บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” ได้จัดฐานกำลังรบพร้อมเต็มอัตราศึก จึงได้เปิดเกมรุกทางการตลาดระหว่างสื่อในเครือ กับขายตรงแบบ “คู่ขนาน” ไปพร้อม ๆ กัน ประเดิมด้วยแคมเปญเด็ด คือ แจกรถ 18 เดือน 18 คัน หรือพูดง่ายๆ จับรางวัลแจกเดือนละ 1 คัน เพียงตัดคูปองที่ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจ แล้วส่งมายังตู้ ปณ. ซึ่งจะมีการจับรางวัลทุกเดือน
เอาแค่สมาชิกของ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 8 แสนราย พากันซื้อ “นสพ.สยามธุรกิจ” เพียงคนละ 1 ฉบับ เพื่อตัดคูปองชิงโชครถยนต์ หากแผนนี้เป็นไปตามเป้า “นสพ.สยามธุรกิจ” อาจต้องใช้โรงพิมพ์ไม่ต่ำกว่า 10 โรง เดินเครื่องพิมพ์พร้อมๆ กัน 5 วัน 5 คืนต่อฉบับเลยทีเดียว
แผนกินรวบตลาดขายตรงของ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงภายในประเทศเท่านั้น ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ค่ายนี้ได้เข้าไปตีตลาดที่จำปาศักดิ์, เวียงจันทน์ และสุวรรณเขต ประเทศลาวจนประสบความสำเร็จมาแล้ว นี่ยังไม่นับรวมการขยายตลาดไปที่เซี่ยงไฮ้ และ สิงคโปร์
“ดร.นพรุจ เวชกุล” มีความฮึกเหิมอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะในเร็วๆ นี้จะมีการเคลื่อนทัพใหญ่นำสมาชิกหลายพันคนบุกข้ามฝั่งไป “เขย่าตลาด” กัมพูชาอย่างเป็นทางการ ในรูปแบบ “แรลลี่” พร้อมปักฐานกองบัญชาการรบ หรือสาขาใหญ่ที่ “กัมพูชา” เต็มรูปแบบ
ความสำเร็จของ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” ในตลาดกัมพูชาไม่ได้อยู่ที่ “ดร.นพรุจ-ดร.รัชนี” ผู้บริหาร 2 คนนี้เท่านั้น แต่ที่น่าจับตามองก็คือ ไปดึงแม่ทัพหญิงอย่าง “คุณหญิงวาสนา เจ็ง” ซึ่งเป็นภรรยาของ “พล.ท.เตีย โสกา” นายพลหนุ่มวัย 33 ปี ที่เป็นหนึ่งใน 27 คนระดับนายพลที่อายุน้อยที่สุด ที่ถูกวางตัวให้สืบทอดอำนาจทางทหารต่อไปในอนาคตของกัมพูชา ตรงนี้แหละคือ “ไฮไลท์” ในการยึดตลาดขายตรงในกัมพูชา
ดร.นพรุจ กล่าวว่า ในช่วงเดือน ก.ย.- ต.ค. เราจะไปทำพิธีเปิดสำนักงานที่ พนมเปญ พอถึงตรงนั้น ก็น่าจะได้ผู้จัดการหลายท่าน ต่อไปอาจให้คุณหญิงวาสนาเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดในกัมพูชา เพราะเป็นคนในพื้นที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมต่างๆ เป็นอย่างดี
รวมไปถึงอาจจะเข้าไปใช้สื่อทีวีและหนังสือพิมพ์ของกัมพูชาในการเปิดตลาด เหมือนที่ทำในไทยจนประสบความสำเร็จอยู่ในขณะนี้
มาถึงตรงนี้ น่าจะมองออกว่า เส้นทางแห่งความสำเร็จสายใหม่ หรือขุมทรัพย์แห่งความร่ำรวยของ “นีโอ ไลฟ์” ที่จะสร้างยอดขายให้ได้ 10,000 ล้านภายในปี 2558 นี้ ไม่น่าจะอยู่ไกลเกินเอื้อม และเป็นปีแรกที่เปิดเขตการค้าเสรี (AEC) ในแถบอาเซียน
ที่แน่ๆ แผนการรบครั้งนี้ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” จะใช้ฐานที่กัมพูชานี่แหละ เพื่อเชื่อมโยงเข้าไปบุกตลาดใน “เวียดนาม” ในโอกาสต่อไป เนื่องจากขณะนี้ติดอยู่ที่การขอ อย.สินค้าเข้าในประเทศดังกล่าวเท่านั้นเอง 
การที่จะเข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศ “อินโดจีน” อย่าง ลาว, กัมพูชา และเวียดนาม บริษัทนั้นๆ จะต้องมีคอนเน็คชั่นพิเศษกับทหาร และระดับรัฐมนตรีเท่านั้นถึงจะอยู่รอดปลอดภัยในการทำตลาด เนื่อง จากกฎหมายทางธุรกิจยังไม่เปิดช่องให้มากนัก ก็ต้องอาศัยกฎแห่งสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจเท่านั้นถึงจะฝ่าฟันแรงต้านไปได้
ตรงนี้ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” ก็มีความพร้อมเต็มอัตราศึก ดีไม่ดีอาจวางตัว “คุณหญิงวาสนา เจ็ง” ให้เป็นประธานฝ่ายสมาชิกของกัมพูชา ก็อาจเป็นได้ เพราะในเมืองไทย “ดร.รัชนี มหานิยม” ได้กลายเป็นแบรนด์ของบริษัทไปแล้ว ส่วนในกัมพูชาทำไมจะให้ “คุณหญิงวาสนา” รับบทนี้ไม่ได้ โดยใช้สื่อทีวีและหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตามแนวถนัดของ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” คอยเจาะทะลวงหัวใจผู้บริโภคในกัมพูชาให้มีรายได้จากการทำเครือข่าย หลังจากนั้นก็คือการสร้างภาพสร้างกระแสให้เป็นที่รู้จัก เรื่องง่ายๆ แบบนี้ “ดร.นพรุจ -ดร.รัชนี” เอาอยู่...
เพราะแผนการตลาดของ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” ที่ออกแบบมาทำง่าย ได้จริง จะเป็น “หัวเจาะ” ทำให้สมาชิกกัมพูชาประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย แล้วจัดแคมเปญไปเที่ยวต่างประเทศสัก 3 - 4 ครั้ง เหมือนกับสมาชิกคนไทยที่ไปท่องเที่ยวครั้งละ 700-800 คน แล้วใช้สื่อในพื้นที่โหมกระหน่ำเต็มรูปแบบ แค่นี้ก็บรรลุเป้าหมาย
เพราะเจ้าบ้านอย่าง “คุณหญิงวาสนา เจ็ง” โดยมี “พล.ท. เตีย โสกา” ในฐานะสามีคอยเป็น “ป๋าดัน” อยู่ข้างหลัง แค่นี้ “พลัง นีโอ ไลฟ์” ในกัมพูชาย่อมเจิดจ้าได้ไม่ยาก
และเชื่อว่า ภายใน 2-3 ปีนี้ “บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ” น่าจะเป็นบริษัทขายตรงคนไทยอีกค่ายหนึ่งที่มาแรงระดับแถวหน้าของ “กัมพูชาและเวียดนาม” เพราะ 2 ประเทศนี้ “ดร.นพรุจ เวชกุล” มีคอนเน็คชั่นกับกลุ่มทหารที่มีบทบาทในประเทศนี้ค่อนข้างปึก!
การค้าขายใน 2 ประเทศนี้ ประเด็นหลังนี่แหละ คือ “จุดชี้ขาด” ของบริษัทขายตรงคนไทย ที่จะไปสร้างความสำเร็จได้หรือไม่ได้ ไม่ใช่มีปัจจัยแค่ “สินค้าดี แผนการตลาดดี” เพียงอย่างเดียวเท่านั้น...!!!