324 16 - 31 กรกฏาคม 2555      
   
 
 
               
   

ซูมภาพท่องเที่ยวไทยครึ่งปีแรก
ชีพจรธุรกิจเต้นแรงภายใต้วิกฤติรอบด้าน

   
               
   

ผ่านพ้นไปแล้ว 2 ไตรมาส เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย กำลังมีการเร่งปรับกระบวนยุทธ์เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศให้เกิดความคึกคักมากขึ้นตามสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป เห็นได้จากกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบันนี้เริ่มเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้มีกิจกรรมมากมายออกมาเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของไทยอย่างอุ่นหนาฝาคั่งทีเดียว 
ในขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่า การท่องเที่ยวของไทยในช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ ถือได้ว่าเป็นช่วงที่เจอสิ่งต่าง ๆ มากมายมากระทบชนิดที่ว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ทั้งในส่วนของการเมืองภายในประเทศ วิกฤติน้ำท่วมที่ซึมยาวมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงต้นปีนี้ เหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ หรือแม้กระทั่งวิกฤติเศรษฐกิจยุโรปเอง ก็ยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการท่องเที่ยวไทยด้วยเช่นกัน     
ที่สำคัญ ในปี 2555 นี้ จากการคาดการณ์ถึงแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปีนี้ ทางด้านองค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ได้คาดการณ์ไว้ว่า แนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวโลกในปี 2555 จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวจากปี 2554 โดยคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 3-4% ซึ่งปัจจัยลบที่มองว่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวโลกที่สำคัญ คือ วิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่ยังไม่สิ้นสุดนั่นเอง 
แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว พบว่า จากการวิเคราะห์สถิติการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2554 และแนวโน้มสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวโลก ตลอดจนแผนงานและมาตรการด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์และการกระตุ้นตลาดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้คาดการณ์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของไทยในปี 2555 จะขยายตัวประมาณ 8-10% อย่างแน่นอน

ยันยูโรโซนยังกระทบท่องเที่ยวไม่มาก
เผย5เดือนแรกนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น7%
...ด้านนายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เผยว่า ขณะนี้การท่องเที่ยวของไทยเรียกได้ว่ามีการขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยลบต่าง ๆ เข้ามากระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความขัดแย้งทางการเมืองและวิกฤติน้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างไรเสียอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ก็ยังสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในไทยถึง 19.23 ล้านคน รวมถึงสามารถสร้างรายได้อยู่ที่ประมาณ 776,000 ล้านบาท
จากวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศยุโรปขณะนี้ถือว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยมากเท่าไหร่เนื่องจากยุโรปไม่ใช่ตลาดท่องเที่ยวเดียวของไทยซึ่งวันนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทยมากที่สุดคือมาเลเซียจีนญี่ปุ่นเกาหลีใต้สแกนดิเนเวียและกลุ่มยุโรปส่วนตลาดนักท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงคือจีนอินเดียสหรัฐอเมริกาและตลาดใหม่ที่ประเทศไทยต้องวางแผนการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศคืออเมริกาใต้อีกด้วย
ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศในยุโรปจะมีปัญหา แต่กลับพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยกลับสูงขึ้น โดยในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมาปีนี้ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน พร้อมกันนี้ รัฐบาลเองยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศให้ได้ 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2558 อีกด้วย หากไม่มีปัจจัยลบอื่น ๆ เข้ามากระทบ  
ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนงาน 5 ยุทธศาสตร์ที่วางไว้ คือ
1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยว เช่น พัฒนาและปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเครือข่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
2. การพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการยกระดับคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวใหม่ให้มีศักยภาพ
3. การพัฒนาสินค้า บริการ และปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยว ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว เสริมสร้างโอกาสและแรงจูงใจ
4. การสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการสร้างและเผยแพร่ภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว และ
5. การส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของภาครัฐภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการบริหารจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยว ด้วยการสร้างและพัฒนากลไก ในการบริหารจัดการท่องเที่ยว…
เรียกได้ว่า แผนงานทั้ง 5 ยุทธศาสตร์นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายนั่นคือ รายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศ 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2558 นั่นเอง
...นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาร้องเรียนกับตำรวจท่องเที่ยว มีรายการรับแจ้งความจากนักท่องเที่ยวรวมจำนวน 1,516 กรณี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสถิติทั้งปี 2554 จำนวน 62 กรณีด้วยกัน โดยแบ่งเป็นรายการทรัพย์สินสูญหายมากที่สุด 681 ราย ทรัพย์สินสูญหายบนรถทัวร์ 30 จำนวน 421ราย ร้องเรียนร้านค้าอัญมณี 177 ราย รายการเอกสารสูญหาย 76 ราย ร้องเรียนเรื่องตัดสูท 19 ราย และถูกมอมยา 7 ราย โดยรายการทรัพย์สินสูญหายบนรถทัวร์ 30 พบว่า เพียงแค่ 5 เดือน มีตัวเลขใกล้เคียงกับตลอดปี 2554 ซึ่งมีจำนวน 556 รายแล้ว โดยพบว่า เส้นทางสายใต้ พบมากที่สุด 315 ราย รองลงมาคือ สายเหนือ 97 ราย สายตะวันออก 7 รายและสายตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ราย
ปัจจุบันรถทัวร์ 30 ถือเป็นการนำรถมาใช้ไม่ถูกประเภทมีการแอบจำหน่ายตั๋วในราคาต่ำกว่าปกติและวิ่งไปตามเส้นทางเดียวกับรถขนส่งบขส.หรือรถทัวร์ที่ขึ้นตามสถานีโดยมีจุดประสงค์คือการลักทรัพย์นักท่องเที่ยวขณะเผลอหลับหรือการผสมยานอนหลับโดยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว (ผบก.ทท.) กล่าวและว่า

จับตานักท่องเที่ยวอินเดีย
บ่อทองสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ 
...เช่นเดียวกับอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ที่ทางด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกมาระบุว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยได้ครองตำแหน่ง The Best Destination ของนักท่องเที่ยวอินเดีย โดยประเทศอินเดียนั้น ถือเป็น 1 ในตลาดท่องเที่ยวระยะใกล้ในภูมิภาคเอเชียที่เรียกได้ว่ามีศักยภาพสูง และเป็นตลาดท่องเที่ยวเป้าหมายสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยด้วย ที่มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวอินเดียกลุ่มดังกล่าวนี้ อาจจะเรียกได้ว่า สามารถเข้ามาชดเชยรายได้ท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มลดลงจากตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปได้ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้เอง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขยายตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียในระดับบน หรือตลาดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม อาทิ กลุ่มไมซ์ กลุ่มคู่แต่งงาน กลุ่มช้อปปิ้ง กลุ่มเล่นกอล์ฟ และกลุ่มถ่ายทำภาพยนตร์ เป็นต้น ที่มีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยให้มากที่สุด
ซึ่งการจัดงานแต่งงานนั้น คุณภาพการให้บริการจัดงานแต่งงาน ควรที่จะต้องมีความเป็นมืออาชีพ เพราะจุดนี้จะสามารถช่วยสร้างการรับรู้และยกระดับให้ตลาดจัดงานแต่งงานของไทย เป็นตลาดที่มีคุณภาพในสายตานักท่องเที่ยวอินเดีย ทั้งในด้านราคา บริการจัดงานแต่งงาน บริการต่อเนื่องด้านการท่องเที่ยว ความปลอดภัย และความคุ้มค่า จากปัจจัยดังกล่าวนี้เอง จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทย ควรเร่งดำเนินการพัฒนาทักษะของแรงงานในธุรกิจนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวอินเดียกลุ่มจัดงานแต่งงานขยายตัวอย่างเนื่อง
นอกจากนี้ การพัฒนาช่องทางการสื่อสารการท่องเที่ยวไทยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอินเดียอย่างมีประสิทธิผล จำเป็นจะต้องใช้สื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีอยู่กว่าร้อยละ 50 ของประชากรของอินเดีย อาทิ การจัดทำหนังสือเผยแพร่ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวไทยจะช่วยให้เกิดการรับรู้ เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวของไทยอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
และจากความสนใจของชาวอินเดียในการเข้ามาดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบในประเทศไทย หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในตลาดอินเดียอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยพยายามรักษาส่วนแบ่งตลาดที่มีอยู่ไว้ และมุ่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เชื่อว่าภาพการท่องเที่ยวไทยตลอดปี 2555 นี้ น่าที่จะมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 หรือเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 1.07 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ท่องเที่ยวแก่ประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 37,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าได้ด้วยเช่นกัน

ภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวหลักในอันดามัน
เชื่อสร้างรายได้1.4แสนล้านบาทในปี’55
…นอกจากนี้ การวิจัยของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังระบุอีกว่า ปัจจุบันนี้ด้วยศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของภูเก็ตโดยเฉพาะความร่วมมืออย่างจริงจังและต่อเนื่อง ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในระดับท้องถิ่นของภูเก็ต ทำให้ภูเก็ตสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กลับคืนมาได้โดยเร็ว
ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดการณ์ว่า ภาพโดยรวมตลอดทั้งปี 2555 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังภูเก็ตรวมทั้งสิ้นประมาณ 7.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.0 ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 86 เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่รายได้ท่องเที่ยวภูเก็ต คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 1.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่คาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เม็ดเงินรายได้ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 94 มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จะเห็นได้ว่า ในช่วงระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลยอดนิยมอันดับหนึ่งของไทยต้องเผชิญกับอุปสรรค ทั้งจากภายในประเทศและจากภายนอกประเทศ ที่ล้วนบั่นทอนการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และล่าสุดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555  ซึ่งมีการออกประกาศเตือนภัยและอพยพประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวอันดามัน รวมทั้งภูเก็ต ไปยังพื้นที่ปลอดภัย และต่อมาได้เกิดแผ่นดินไหวในระดับไม่รุนแรง และอาฟเตอร์ช็อกตามมาหลายครั้ง โดยมีศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวที่อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตแต่อย่างใด นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ได้ยกเลิกการจองที่พัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวไมซ์ กลุ่มใหญ่จากจีนยังทยอยเดินทางมาภูเก็ตในช่วงระหว่าง วันที่ 25-28 เมษายน 2555 พิจารณาได้จากสถิติจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งรวบรวมโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบข้อมูลในเบื้องต้นว่า เดือนเมษายนยังคงมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทำให้โดยรวม 4 เดือนแรกของปี 2555 มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาผ่านภูเก็ตเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากช่วงเดียวกันของปี 2554
           
พัทยาปรับลุคท่องเที่ยวใหม่
ยกระดับเมืองสู่เวิลด์คลาสซิตี้
...ส่วนอีกหนึ่งเขตพื้นที่ท่องเที่ยวที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ในช่วงครึ่งปีแรกนี้นั้น คงหนีไม่พ้นเมืองพัทยาอย่างแน่นอน เห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมา พบว่า การท่องเที่ยวเมืองพัทยานั้น มีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เศรษฐกิจและการลงทุนในด้านต่าง ๆ ของเมืองพัทยาเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุที่เมืองพัทยาเติบโตนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการวางแผนและผลักดันนโยบายในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงของการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดมหกรรม กิจกรรมระดับโลกและการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติต่าง ๆ รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และการท่องเที่ยว ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวโลกได้รับทราบนั่นเอง!..
ในขณะเดียวกัน ยังพบอีกว่า อีกหนึ่งแผนงานที่ทางเมืองพัทยาได้เตรียมวางแผนไว้เพื่อที่จะสร้างจุดสนใจให้กับนักท่องเที่ยวหันมาเที่ยวเมืองพัทยามากขึ้น นั่นก็คือ การที่เตรียมจะยกระดับเมืองพัทยาสู่เวิลด์คลาสซิตี้ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวและการลงทุนชั้นนำของโลก ซึ่งขณะนี้ทางเมืองพัทยาได้เตรียมที่จะประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแบบครบเครื่องกันเลยทีเดียว เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเมืองพัทยา ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่ว่า พัทยา นิวลุค ภายใต้สโลแกน “PATTAYA CITY DEFINITELY MORE เมืองพัทยา มีมากกว่าที่คุณคิด ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบรนด์ของเมืองพัทยาให้เทียบเท่าเมืองหลวงของโลก
ทั้งนี้ จากตัวเลขในช่วงปีที่ผ่านมานั้น พบว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่รวมตลอดปีกว่า 7 ล้านคน ซึ่ง ณ ที่นี้กว่า 90% มาเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา และกว่า 5 ล้านคนเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมายังสามารถสร้างรายได้ให้แก่จังหวัดเกือบ 8 หมื่นล้านบาทต่อปีอีกด้วย หรือเติบโต 3% ทั้งจำนวนและรายได้ โดยเป็นรองเพียงกรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งปี 2555 นี้ ทางเมืองพัทยาเอง ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตอีกไม่น้อยกว่า 3% พร้อมกับตั้งเป้าอีก 3 ปีนับจากนี้ เมืองพัทยาและชลบุรี จะต้องมีรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 10 ล้านคนต่อปีให้ได้ด้วย...เรียกได้ว่าเมืองพัทยาถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ในการที่จะสามารถนำเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศนั่นเอง      

…จะเห็นได้ว่า ตลอดระยะเวลาช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้นั้น เรียกว่า “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย” ยังคงอยู่ในช่วงที่เติบโตพอสมควร ถึงแม้ว่าจะเจอกับปัจจัยลบในหลาย ๆ ด้าน โหมกระหน่ำซัดเข้าใส่ก็ตามที เพราะเห็นได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในเมืองไทยในช่วง 5 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 7% ด้วยกัน ที่สำคัญในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ หลาย ๆ แห่ง พบว่า มีการเตรียมที่จะเปิดเกมรุกเพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาในประเทศอีกด้วย